รพ.สัตว์ กม.8 ถนนรามอินทรา อันตราย! อย่าพาสัตว์เลี้ยงไปรักษาเด็ดขาด
posted on 14 Feb 2010 06:04 by birthright
อย่าไปโรงพยาบาลสัตว์ กม 8
ระวังหมอหัวธุรกิจ เเมวไม่ได้เป็นอะไร เเค่อยากได้ใบเอ็กสเรย์ แต่หมอบังคับให้น้ำเกลือ จนน้ำท่วมปอด
ตาย
หมอ
อยากได้เงินอย่างเดียวครับ/ค่ะ ไม่เคยคิดเลย
ว่าจะเจอหมอไม่มีจรรณญาบรรณอย่างนี้ ถ้ารักเเมว อย่าพาไปคลีนิคนี้เด็ดขาด
เพราะเราเจอกับตัวเองมาเเล้ว วันนี้สดๆร้อนๆ น้องพึ่งตาย
ทั้งๆที่หมอเป็นคนทำเเละบอกให้กลับมานอนที่บ้าน
เเต่ทนไม่ไหวเลยพาไปโรงพยาบาลสัตว์เกษตร น้องต้องเข้าห้องฉุกเฉิน ด่วน
สุดท้าย ช่วยไว้ไม่ทัน
คุณ
ว่าเป็นเพราะหมอหรือเปล่า ไม่ได้โทษหมอนะครับ/ค่ะ
แต่น้องไม่มีอาการอะไรที่วาจะป่วยเลย เราเเค่ต้องการไปตรวจตามปรกติ
หมอกับยัดเยียดทั้งยาทั้งน้ำเกลืออะไรมาเต็มไปหมด
อีกครั้ง คราวนี้ผมจะเล่าเรื่องเเบบละเอียดครับ
เมื่อ
ปลายปีที่ผ่านมา คุณหัวโตได้ทำการประกาศเเจกลูกเเมว ณ ที่เว็บเห่งนี้ครับ
เเละเรา 2
คนก็ได้รับอนุเคราะห์จากคุณหัวโตให้เป็นผู้อุปการะน้องเเมวเพศเมียที่ชื่อ
ว่า ชีต้าร์
ชีต้าร์เป็นเเมวที่น่ารักมาก ทั้งซน ทั้งดื้อ
เเต่มันก็น่ารักมาก ตลอดเวลาที่มันอยู่กับเรา
เราสังเกตุว่ามันเเข็งเเรงมาก เรียกได้ว่าเป็นเเมวบ้าพลังเลยก็ได้
ถึงเราจะรู้ว่ามันเเข็งเเรง เเต่เราก็ไม่ประมาทที่จะพามันไปฉีดวัคซีน
หยอดยา เเละถ่ายพยาธิ
ซีต้าร์ยังคงเเข็งเเรง จนกระทั้งเมื่อ 2
วันก่อน มันเกิดน้ำลายยืดขึ้นมาเฉยๆ เราจึงรีบพาไปรักษาที่หมอเเถวบ้าน
หมอบอกว่าบางทีมันอาจจะกินอะไรที่เป็นสารพิษหรือของแปลกปลอมเข้าไป
หมอให้ยาทานจนมันหายดี มันกลับมาเเข็งเเรงเหมือนเดิม
เเต่เพื่อความไม่ประมาท หมอบอกว่าลองไป x-ray ที่โรงพยาบาลสัตว์ กม.8 ดีกว่า เราจะได้ดูท้องน้องว่ามีสิ่งเเปลกปลอมหรือไม่
เราจึงตัดสินใจ พาน้องไปที่นั่น โดยที่เราไม่รู้เลยว่า ที่นั่นนรกดีๆกำลังรอเราอยู่
พอ
ไปถึง เราบอกเจตจำนงค์ว่าต้องการมา x ray เท่านั้น หมอก็ซักถามอาการ
พอเราบอกว่าน้องน้ำลายยืดเท่านั้น หมอก็อุ้มน้องเเมวของเราไป จัดการโกนขน
เเละเสียบสายน้ำเกลือที่ขาของน้อง
ทั้งผมเเละเเฟนตกใจมาก
ยังไม่ทันคุยอะไรกันเลย หมอก็จัดการเสียบสายน้ำเกลือเเล้ว
เราย้ำหมออีกครั้งว่าเราต้องการเเค่ x ray หมอพูดประมาณว่าเราโง่
ไม่รู้เรื่อง อาการอย่างนี้ไม่ต้อง X-Ray หรอก ค่าเอ็กเรย์มันเเพงนะ ตั้ง
300 อาการอย่างนี้ต้องเจาะเลือด เเค่ 800 บาทเอง
(ตรงนี้เราไม่รูจนกระทั่งหมอคิดเงินนั่นเเหละ เราถึงได้รู้ว่าราคาเท่าไหร่)
เราบอกหมอว่าเราต้องการเเค่ยาทานได้มั้ย ไม่เอาเเล้วการให้น้ำเกลือเนี่ย น้องทั้งดิ้นทั้งร้อง คนรักเเมวจะทนไหวได้อย่างไร
หมอพูดว่าถ้าอยากหายป่วย เจ้าของต้องใจเเข็ง
เราเถียงว่าหมออีกคนหนึ่งเขาบอกเเค่ให้มา x ray เพื่อความสบายใจเท่านั้น
หมอคลีนิค กม8 ก็เถียงกลับมาว่าเขาสันนิษฐานผิดโรคเเล้ว ไม่หายหรอก
เราสองคนต้องทำใจเป็นอย่างมากครับ เพราะเราไม่อยากเห็นเเมวของเราตาย เราจึงยอมให้เขาปล้ำเเมวของเรา เเบบจะตายกันไปข้างหนึ่ง
ที
นี้ น้ำเกลือมันไม่ยอมไหล หมอเขาก็เอาเข็มฉีดยามากระตุ้น
ซึ่งผมเคยรูมาว่าถ้าในเข็มฉีดยามีฟองอากาศ เเล้วฉีดเข้าเส้นรเลือดโดยตรง
ขอให้มีช่องอากาศเท่านั้น ต่อให้เป็นคนก็ตายได้
เข็มฉีดยาที่ผมเห็นหมอเขากระตุ้นน้ำเกลือ ฟองอากาศเพียบ เเละกระตุ้นเเรงมาก เเรงเหมือนไม่ได้ทำกับสิ่งมีชีวิต
เมื่อ
เสร็จปุ๊ป หมอบอกว่าไม่เป็นอะไรเเล้ว ดีเเล้ว เเค่มีไข้นิดหน่อย
หมอบอกว่าค่ายา ค่านู่น ค่านี่ 800 บาท เเล้วพรุ่งนี้ให้มาใหม่
ถ้าไม่ดีขึ้นจะต้องรักษาต่อ (มันยังจะเอาตังค์ตูอีก)
เรากลับมาเเบบน้ำตาตก เพราะเราสงสารน้องเเมวของเราเหลือเกิน น้องเเมวของเราร้องโอดโอยตลอดเวลา
เมื่อกลับถึงบ้าน เเมวเราไม่กินข้าว ไม่เล่นเหมือนเดิม เอาเเต่นั่งซึมทั้งคืน จนกระทั่งมันปัสสาวะไม่รู้ตัว
ใน
วันรุ่งขึ้น เราถึงพาน้องชีต้าร์ไปหาหมอก่อนเวลานัด เพราะอาการมันหนักมาก
เริ่มเดินไม่ไหว จมูกซีด ตาเบลอ พอคราวนี้เราพาไปหาหมอ
เราจึงขอร้องเเบบอ้อนวอนให้หมอช่วย x ray ให้ที
หมอเห็นอาการไม่ไหว เลยยอมให้เรา x ray
ปรากฏว่าฟิมฟ์ x ray ออกมา ปอดน้องหายไปข้างหนึ่ง
หายไปจากฟิมพ์เลย หายไปเเบบไม่มีสาเหตุ ทั้งๆที่เมื่อวานมันยังเเข็งเเรง
เมื่อวานหมอบอกว่าเเข็งเเรงดีเเล้ว มาคราวนี้ จู่ๆ หมอบอกว่าเป็นโรคนั่นนี่นั่นเต็มไปหมด มีทั้งไวรัส น้ำเหลือง ตับ เชื้อโรค ปอดบวม
กลับคำพูดเห็นๆ
จาก
เมื่อวานไม่ได้เป็นอะไรเลย ตอนนี้กลับมีน้ำคลั่งในปอด
พอเราบอกว่าเมื่อวานเรามารักาที่นี่ เเละอาการทรุดไป หมอรีบไล่กลับบ้าน
บอกว่าตอนเย็นให้มาใหม่ จากนั้นเราก็ต้องซื้อยาของหมอ จ่ายไปอีก 470 บาท
พอหมอไล่เรากลับ เราไม่ยอมกลับ เรารีบไปโรงพยาบาลสัตว์เกษตรทันที พอถึงมือหมอ หมอตกใจหน้าซีด รีบเอาเข้าห้องฉุกเฉิน เข้าตู้ออกซิเจน
2 ชม หลังการรอ หมอบอกว่าน้องมีโอกาสรอด 50/50
3 ชม หลังการรอ น้องหยุดหายใจ เเต่หมอปั๊มหัวใจกลับมาได้
4 ชม หลังการรอ น้องจากไปถาวร เเบบไม่มีกลับ
หนึ่งวันหลังจากพาไปให้หมอที่ กม 8 ปู้ยี่ปู้ยำน้องเเมว
เเมวผมก็ตายลง
หมอ
ที่โรงพยาบาลสัตว์เกษตรบอกว่าพาน้องมาช้ามาก ช้าเกินไป
ที่สำคัญปอดของน้องที่น้ำท่วม มันดันเป็นข้างที่หมอ รามอินทรา กม8
ใส่สายน้ำเกลือด้วย
ผมไม่เชื่อว่าหมอ กม 8 ไม่มีฝีมือ
เเต่ผมว่ามีฝีมือไม่กี่คน
ถ้า
คุณรักสัตว์เลี้ยงของคุณ
ผมเเนะนำให้สืบประวัติโรงบาลเเละหมอของทีเเห่งนั้นว่าเก่งจริงหรือเปล่า
เขาเป็นคนที่รักสัตว์หรือเห็นสัตว์เป็นเเค่ธุรกิจ
ผมพยายามโทรไปบอกเขา ว่าเขาได้ทำอะไรลงไป สิ่งที่ผมได้รับกลับมาคือคำว่า "ก็ขอโทษละกัน"
ช่วง
เย็นวันเดียวกัน ผมขุดหลุดฝังศพน้อง เเละมีคนสัญจรไปมาเขามองเห็น
เขาจึงเข้ามาถาม ปรากฏว่าเขาก็เล่าเรื่องของเขาให้เราฟัง เราก็ถึงกับอึ้ง
เเละพอเราเข้าตลาดนัดเเถวบ้าน
เราเล่าให้เเม่ค้าที่เรารู้จักด้วยคนหนึ่งฟัง
เขาก็บอกว่าของๆเขาก็เป็นเหมือนกัน
อาการที่เขาเล่า เช่น ล้างไตเเล้วตาย หมาโดนกัดเเล้วเย็บเเผล เเต่ไม่ยอมให้เลือดจึงตาย เป็นต้น
ที่
เราเล่านี้ ก็ขอให้คนอ่านให้สติคิดเอามากๆ ความจริงผมก็ชอบศึกษาธรรมะ
รู้ว่าการทำอย่างนี้มันบาปเเน่ เเต่ผมยอมบาป
เพื่อให้คนอื่นจะได้ไม่ต้องเสียสิ่งที่รักเหมือนผม ผมชอบศึกษาธรรม
เเต่ผมละไม่ได้ ผมยังคงรักในสิ่งที่ผมรัก
เเละจักรักจนกว่าจะละได้นั่นเเหละครับ
ผมเชื่อว่าหมอคงไม่มีเจตนาจะให้สัตว์เลี้ยงของเราตาย เเต่ในบางครั้งหมออาจจะประมาท หรือมองเเต่เงินก็ไม่รู้
อยากให้หมอรู้ว่าเราเสียใจมาก ต่อการกระทำของหมอ อยากให้หมอรับผิดชอบเเต่ก็ไม่สามารถทำให้มันฟื้นได้
ผม
ขอเน้นอีกครั้งนะครับ โรงพยาบาลสัตว์ กม 8 ทำเเมวผมตาย
ถ้าเจ้าของโรงพยาบาลมาอ่านเจอ จะสาปจะเเช่งผมอย่างไรก็ตามสบาย
เพราะคุณได้ททำลายสิ่งที่เรารักมากเเละเราจะไม่ลืมเช่นกันครับ
ขอ
สรุปอีกครั้งนะครับ เเมวของผมไม่เป็นอะไรเลย (เพราะหมออีกคนหนึ่งตรวจให้)
เเต่พอไปที่โรงพยาบาลนี้ กลับถูกยัดเยียดให้เป็น
เเต่ก็ต้องเสียเเมวที่รักไป
ที่มา: http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,97980.0.html
edit @ 14 Feb 2010 06:06:19 by birthright